การถ่ายภาพนั้นถ่ายทำไม ? เพื่ออะไร ? เราไม่สามารถหาความจุดประสงค์ที่ตายตัวของมันได้ ฉันอาจจะถ่ายภาพวิว ภาพหมา ภาพแมว ภาพดอกไม้ ท้องฟ้า ผืนน้ำและผู้คน ทุกสิ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นความทรงจำเสี้ยวหนึ่งที่ถูกทำให้แปลสภาพเป็นแผ่นฟิลม์หรือไฟล์ข้อมูล สามารถนำกลับมาดูได้เผื่อเราลืมความทรงจำ ณ จุดๆนั้น
ในอดีตฉันค่อนข้างเกลียดการถูกถ่ายภาพมากที่สุด (ถูกถ่ายนะคะ ไม่ใช่ถ่ายภาพ) ฉันไม่อยากรับรู้ว่าอริยบทที่ถูกบันทึกไปมันจะเป็นยังไง จะเขินอายที่จะยิ้มแล้วค้างไว้นานๆ มันดูแปลกๆสำหรับฉัน ดังนั้นในช่วงตั้งแต่อายุ 10 - 15 ปีของฉันจะไม่มีรูปถ่ายของตัวเองไม่ว่าจะมีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นก็ตาม แต่ว่าฉันก็ถูกเปลี่ยนความคิดแบบนี้ไปโดยสิ้นเชิงเมื่อมาเจอกับเหตุการณ์หนึ่งเข้า ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเธอชื่อหยก อาศัยอยู่ปราจีนเป็นเครือญาติฝ่ายแม่ของฉัน เธอชอบการเซลฟี่ตัวเองเป็นชีวิตจิตใจและชอบเรียกคนอื่นเข้าไปถ่ายด้วย ซึ่งก็รวมถึงฉัน แน่นอนเธอไม่เคยทำสำเร็จในเรื่องการดึงฉันไปถ่ายภาพคู่ ฉันมักจะเอามือปิดหน้า หันหลังบ้าง ก้มหัวลงบ้าง มันเลยไม่ค่อยได้ภาพที่ชัดเจนมากเท่าไหร่นัก เธอไม่เคยละความพยายามเรื่องนี้ลงเลยแม้แต่นิดเดียว ปีหนึ่งฉันและเธอจะได้เจอกันเพียงปีละครั้งเท่านั้น ในวันที่ 11 ของเดือนพฤศจิกายน ( วันรวมญาติ ) เธอจะขอถ่ายทุกๆปีแล้วก็แห้วทุกๆปีเช่นกัน แต่เมื่อ พ.ศ. 2551 ระหว่างที่หยกกำลังเดินทางกลับจากโรงเรียน เธอเดินข้ามถนนมาหยุดข้างเสาไฟฟ้าตรงเกาะกลางถนนพอดี แล้วฉันก็ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนเพื่อรอรับเธอ ( เวลานั้นเป็นเวลาที่ฉันพึ่งเดินทางไปถึงปราจีนแล้วถูกใช้ให้ไปรับหยกกลับบ้าน ) เธอโบกไม้โบกมือให้ฉันพลางหยิบมือถือขึ้นมาชี้แล้วตะโกนมาใส่ฉันว่า " ปีนี้แกเสร็จแหน่ ยังไงเค้าก็ต้องถ่ายให้ได้ " ฉันทำหน้าทะเล้นใส่เป็นเชิงว่า จ้างให้ก็ไม่มีวันหรอก แต่จู่ๆก็มีรถกระบะจากไหนก็ไม่รู้พุ่งมาหาหยกด้วยความเร็วสูงอีดเธอก็อปปี้กับเสาทันที วินาทีนั้นเร็วจนฉันทำอะไรไม่ถูกแต่ก็มีสติพออยู่ที่ฉันวิ่งไปดูแล้วร้องขอความช่วยเหลือ หยกเสียชีวิตคาที่ คนในรถกระบะทั้งหมด 2 ก็เช่นกัน รถพยายาบาลมาช้าเกินไปไม่มีใครช่วยเหลือพวกเค้าทัน กระดูกต้นคอหยกหักแล้วซี่โครงก็ทะลุปอด เธอไม่มีทางมาถ่ายรูปฉันได้อีกแล้ว งานศพของเธอถูกจัดขึ้นตามแบบคนจีนมีเพื่อนที่โรงเรียนมาร่วมแสดงความเสียใจอย่างคับคั่ง ฉันไม่มีน้ำตาไหลออกมาแต่ก็มีความรู้สึกเหมือนกลืนเลือดสดๆลงคอ ฉันสูญเสียเพื่อนฉันไปไม่มีวันกลับ แม่ของเธอร้องไห้เจียนขาดใจ พี่ชายของเธอพร่ำพูดแต่ว่าทำไมไม่ใช่เค้าที่ตายซะเอง ฉันได้แต่นั่งนิ่งๆฟังไปจนงานจบเหมือนหุ่นถูกตัดเชือก
เวลาผ่านมานานพอควร ฉันนึกเสียดายที่สุดว่า ถ้าฉันยอมถ่ายรูปกับเธอดีๆตั้งแต่แรกอย่างน้อยเราก็ยังมีภาพของกันและกันไว้คอยเตือน แต่ฉันไม่มีแม้แต่ภาพเดียวฉันพลาดมันไปจริงๆ หลังจากนั้นใครพยายามขอฉันถ่ายรูปฉันให้ความร่วมมือจากใจจริงเสมอ ฉันไม่อยากเสียโอกาสไปอีก สำหรับท่านที่เขินอายการถูกถ่ายรูปหรือถ่ายรูปร่วมกับผู้อื่น ท่านควรรีบเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ฉันไม่อยากให้ท่านเป็นแบบฉัน เพราะเราไม่รู้ว่าวันหน้าวินาทีหน้าอะไรมันจะเกิดขึ้นกับเรา เรื่องๆเล็กมันมีความหมายเกินเราคาดคิดจริงๆนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น