วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อยู่กันมานานใช่ว่าจะเข้ากันได้ดีที่สุด

   ในช่วงชีวิตหนึ่งเราจะมีโอกาสได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา ได้เจอคนที่แตกต่างกันไปทางอุปนิสัยและจะมีคนที่เราเรียกว่าเพื่อนกับเพื่อนสนิท เพื่อนคือบุคคลประเภทที่เราคบหาช่วยเหลือกันติดต่อกันหรือคุยกันในขณะที่เพื่อนสนิทคือบุคคลที่เราไว้ใจเค้าจนสามารถระบายบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สบายใจให้เค้าฟังได้ ในตอนนี้ฉันกำลังจะมีอายุครบ 17 ปีค่ะ ในระยะเวลาสิบเจ็ดปีฉันได้เจอเพื่อนหลากหลายประเภทมากๆแต่มีเพื่อนสนิทอยู่ไม่ถึงสิบ ช่วงแรกคือช่วง ป.4 - ป.6 มีเพื่อนสนิทอยู่มากๆสองคนแต่พอขึ้นมัธยมก็แยกย้ายจากกันไปคนละโรงเรียนเพราะทางคนต่างมีเป้าหมายที่แตกต่าง ช่วงที่สองคือช่วง ม.1 ฉันมีเพื่อนสนิทมากๆอีกสองคนเหมือนเดิมรักกันบ้างทะเลาะกันบ้างแต่ส่วนใหญ่จะทะเลาะกัน จนครั้งหนึงโกรธกันขึ้นมาเฉยๆสาเหตุเพราะอยู่ๆก็เงียบเลยไม่มีใครพูดกัน แล้วก็แยกกันไปพอมานึกได้จนม.4 ว่าโกรธกันเรื่องอะไร มันเป็นเรื่องที่งี่เง่ามากมันเกิดจากความเด็กด้วยผลสุดท้ายก็มาสนิทกันเหมือนเดิมแต่น้อยกว่าเก่าเพราะว่าเราอยู่คนละห้องแล้ว ช่วงที่สามเริ่มตั้งแต่ม.2 หลังทะเลาะกับเพื่อนสนิทสองคนนั้นฉันก็มีเพื่อนใหม่มีกันอยู่สี่คนที่สนิทกันมาก คบกันมาจนถึงม.5 ก็เหลืออยู่สามคน อีกคนหนึ่งโดนโหวตออกไปเพราะมีนิสัยดูถูกฐานะทางครอบครัวเพื่อนซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันรับไม่ได้เลยค่ะ จะยากดีมีจนพ่อแม่เค้าก็ส่งเรียนจนได้เป็นเพื่อนกันไม่น่าทำอะไรแบบนี้ จนปัจจุบันฉันก็กลับไปอยู่กับเพื่อนที่เคยทะเลาะกันช่วงม.1 นั้นล่ะค่ะ เพราะอีกสองคนที่เหลือเนี้ยพึ่งมามีปัญหากันตอนไปเช่าหอเรียนพิเศษมันเกิดจากการจัดเวลาคนละระบบ พ่อแม่ฉันจ่ายเงินเป็นจำนวนสามหมื่นบาททั้งค่าหอ ค่ากิน ค่าเรียน ซึ่งมันเยอะมาก พวกท่านไม่ใช่ข้าราชการแต่ก็มีเงินต่อเดือนไม่ต่ำกว่าแสนบาทจากธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ แต่ถึงอย่างนั้นพวกท่านก็เหนื่อยมากฉันเลยอยากจะตั้งใจเรียน ประเด็นมันอยู่ตั้งนี้ค่ะเวลาเรียนของเรามันเริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงหกโมงแต่พวกเค้าติดโทรศัพท์กันมาก บางทีเกือบตีสี่ฉันก็ยังไม่ได้นอน ถ้าเค้าจะเล่นโทรศัพท์ฉันก็ไม่ว่าหรอกค่ะ เค้าเปิดไฟและเปิดเสียงซึ่งมันดังมาก บางทีพวกเค้าตื่นไม่ทันเค้าก็ไม่ไปเรียนเลยค่ะแต่ฉันต้องไปเพราะเสียดายเงิน เป็นแบบนี้อยู่สิบเอ็ดวันที่นอนตีสี่ตื่นตี่ห้าหรือไม่ได้นอน ที่ตื่นตีห้าเพราะว่าฉันชินบ้านฉันอยู่ต่างอำเภอต้องนั่งรถไฟมาโรงเรียนทุกวันปกติฉันตื่นตีสี่นะคะไม่งั้นไม่ทัน แต่พวกเค้าบ้านใกล้โรงเรียนมากลักษณะประมาณหน้าโรงเรียนเลยก็ว่าได้ตื่นเจ็ดโมงครึ่งก็ไปทันค่ะ ที่นี้ฉันทนไม่ไหวไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยกันนะคะแต่เค้าไม่ฟังเลย ฉันเลยคิดว่านี่เป็นเพื่อนกันแบบไหนเนี้ย พ้นสุดท้ายในช่วงที่เค้าออกไปกินข้าวฉันก็ขนของไปโรงแรมเลยค่ะโชคดีมากที่เพื่อนพอเป็นเจ้าของโรงแรม และคนที่ตรงดิ่งมาหาฉันตอนมีปัญหานี้ก็คือพวกเพื่อนที่ทะเลาะกันตอนมอหนึ่งน่ะค่ะ ฉันก็เลยอยากบอกว่าบางครั้งที่เราอยู่กันมานานๆคบกันมานานๆเหมือนเพื่อนเนี้ยบางทีเราก็ไม่รู้นิสัยจริงๆเค้าเลยนะคะ เพราะฉะนั้นคนที่กำลังท้อเรื่องเพื่อนอย่างพึ่งหมดกำลังใจนะคะ อายุเท่านี้เจอเท่านี้ในอนาคตอาจจะเจอคนที่ดีกว่านี้หรือไม่เจอเลยก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ